ภูมิคุ้มกันมีวันหมด!
หมั่นเสริมภูมิคุ้มกันปกป้องร่างกาย

BOOSTER KNOWLEDGE TATTOO

ไม่อยาก OUT รีบเสริมภูมิคุ้มกัน มาอวด Tattoo กัน!

ไม่อยาก OUT
รีบเสริมภูมิคุ้มกัน
มาอวด Tattoo กัน!

วิธีเล่น Booster Knowledge Tattoo Filter

  1. กดปุ่มเพื่อเล่น Filter
  2. เมื่อเข้า Filter แล้วกด Tap to Get Booster เพื่อสุ่มรอยสัก โดยวางรอยสักไว้ส่วนของผิวหนัง
  3. แชร์ออกไปให้โลกรู้

วิธีรับ Booster Knowledge Tattoo Special

  1. รับวัคซีน Covid-19 ณ จุดบริการที่กำหนด
  2. แปะ QR Tattoo ลงบนผิวหนังส่วนที่ต้องการ
  3. นำมือถือมาสแกน QR Tattoo แล้วกด Link ที่ขึ้นมาเพื่อเล่น Filter Special

ใครๆ ก็มี Booster Knowledge Tattoo
เสริมภูมิกันแล้ว คุณล่ะเสริมภูมิรึยัง?

booster-knowledge-tattoo_1

booster-knowledge-tattoo_2

booster-knowledge-tattoo_3

booster-knowledge-tattoo_4

booster-knowledge-tattoo_5

booster-knowledge-tattoo_6

booster-knowledge-tattoo_7

booster-knowledge-tattoo_8

booster-knowledge-tattoo_9

booster-knowledge-tattoo_10

booster-knowledge-tattoo_11

booster-knowledge-tattoo_12

ใครควรฉีด

ใครควรได้รับวัคซีน1

กลุ่มที่ 1:
กลุ่มเสี่ยงต่อโรครุนแรง1

เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ได้แก่

  • บุคคลที่มีอายุ ตั้งแต่ 60 ปี ขึ้นไป
  • บุคคลที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน
  • หญิงตั้งครรภ์
  • เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี

กลุ่มที่ 2:
กลุ่มเสี่ยงต่อการสัมผัส
และการแพร่เชื้อ1

  • พนักงานบริการหรือผู้ที่มีอาชีพต้องสัมผัสคนเป็นจํานวนมาก
  • ผู้อยู่ในสถานที่แออัด

กลุ่มที่ 3:
กลุ่มผู้ปฏิบัติงานด้านสาธารณสุข1

เพื่อลดอาการป่วยหนัก/เสียชีวิต และรักษาระบบสาธารณสุขของประเทศ

กลุ่มที่ 4:
ประชาชนทั่วไป1

ที่ต้องการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อสามารถเข้ารับวัคซีนประจําปีได้เช่นเดียวกัน1 เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่ได้จากการฉีดวัคซีนกัน โควิด-19 ประสิทธิภาพจะค่อย ๆ ลดลงไป2

จุดรับบริการ
เสริมภูมิและรักษา

เพื่อภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงพร้อมสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเพื่อการรักษาที่รวดเร็วทันท่วงที หากคุณต้องการทราบว่าจุดบริการสำหรับการเสริมภูมิคุ้มและการรักษามีอยู่ที่ไหนบ้าง

ค้นหาโรงพยาบาลใกล้ตัว

References:

  1. กรมควบคุมโรค. แนวทางการให้วัคซีนโควิด 19 ประจำปี [อินเทอร์เน็ต]. กระทรวงสาธารณสุข. เมษายน 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2 ตุลาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://drive.google.com/file/d/1n3itp5swydVlXvrtWabGQnzUbFsH2mrh/view?usp=drive_link
  2. CDC Centers for Disease Control and Prevention. Stay Up to Date with COVID-19 Vaccines. [อินเทอร์เนต]. 15 กันยายน 2566. [เข้าถึงเมื่อ 2 ตุลาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/vaccines/stay-up-to-date.html#about-vaccines
 

วัคซีน Bivalent

ทำไมจึงควรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน Bivalent

ทำไมจึงควรเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน Bivalent

วัคซีน Bivalent คืออะไร

วัคซีน Bivalent เป็นวัคซีนแบบ 2 สายพันธุ์ ประกอบด้วย mRNA ของสายพันธุ์ดั้งเดิม และสายพันธุ์ Omicron เสริมสร้างให้ภูมิคุ้มกันมีประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น1

ดีกว่าวัคซีนรุ่นเดิมอย่างไร

  • กระตุ้นภูมิคุ้มกันที่มีต่อ BA.4/5 ได้ 13 เท่า2
  • มีประสิทธิภาพมากกว่าวัคซีนกระตุ้นแบบเก่าถึง 37% โดยลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขั้นรุนแรง3
  • ป้องกันอาการโควิด-19 รุนแรงที่ทำให้ต้องนอนโรงพยาบาล ได้เพิ่มขึ้น 73%4
  • ลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคโควิดได้ 14 เท่า เทียบกับผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน ในขณะที่วัคซีนดั้งเดิมลดอัตราการเสีบชีวิตได้ 5 เท่า5
  • ป้องกันการติดเชื้อ Omicron ได้มากกว่า 28-56%6

มีข้อควรระวังหรือไม่

อาการข้างเคียงและอาการไม่พึงประสงค์ไม่แตกต่างจากวัคซีนรุ่นเดิม7

References:

  1. FDA. Coronavirus (COVID-19) Update: FDA Authorizes Moderna, Pfizer-BioNTech Bivalent COVID-19 Vaccines for Use as a Booster Dose [อินเทอร์เน็ต]. 31 สิงหาคม 2566. [เข้าถึงเมื่อ 28 กันยายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://dmsic.moph.go.th/index/detail/9252
    https://www.fda.gov/news-events/press-announcements/coronavirus-covid-19-update-fda-authorizes-moderna-pfizer-biontech-bivalent-covid-19-vaccines-use
  2. Fact Sheet For Healthcare Providers Administering Vaccine (Vaccination Providers). Emergency Use Authorization (EUA) Of The Pfizer-BioNTech COVID-19 Vaccine Bivalent (Original And Omicron BA.4/BA.5) Booster Dose For 12 Years Of Age And Older [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 19 ตุลาคม 2565]. เข้าถึงได้จาก: https://labeling.pfizer.com/ShowLabeling.aspx?id=17675&format=pdf
  3. NIH. Bivalent boosters provide better protection against severe COVID-19 [อินเทอร์เน็ต]. 7 กุมภาพันธ์ 2566. [เข้าถึงเมื่อ 28 กันยายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.nih.gov/news-events/nih-research-matters/bivalent-boosters-provide-better-protection-against-severe-covid-19
  4. Surie D et al. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2022;71:1625–1630.
  5. MMWR. Weekly / February 10, 2023 / 72(6);145–152. https://www.cdc.gov/mmwr/volumes/72/wr/mm7206a3.html
  6. Link-Gelles R et al. MMWR Morb Mortal Wkly Rep 2022;71:1526–1530.
  7. สำนักงานประชาสัมพันธ์ เขต 3 เชียงใหม่. รู้จักวัคซีน Bivalent วัคซีนป้องกันโควิดรุ่นใหม่ [อินเทอร์เนต]. 8 มิถุนายน 2566. [เข้าถึงเมื่อ 12 ตุลาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก https://region3.prd.go.th/th/content/category/detail/id/2018/iid/187915#:~:text=วัคซีนไฟเซอร์%20ปวด%20บวม,กล้ามเนื้อ%20คลื่นไส้%20อาเจียน%20ท้องเสีย

ความรู้สู้โควิด-19

ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น จำเป็นหรือไม่ เมื่อมีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน

ฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น จำเป็นหรือไม่ เมื่อมีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน

การแพร่ระบาดใหญ่ทั่วโลกของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 โรคโควิด-19 ทำให้ประชากรเสียชีวิตมากกว่า 6 ล้านคน จนเกิดวิกฤตของระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจทั่วโลก

โรคหัวใจและหลอดเลือดกับโควิด-19 เกี่ยวข้องกันอย่างไร

โรคหัวใจและหลอดเลือดกับโควิด-19 เกี่ยวข้องกันอย่างไร

ปัจจุบันพบว่าการติดเชื้อโควิด-19 ส่งผลทำให้เกิดการอักเสบของอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อหัวใจและอวัยวะอื่น ๆ โดยผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ

ความจำเป็นในการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันต่ำ อาทิ คนกลุ่มนี้ติดเชื่อได้ง่ายแม้ว่าได้รับเชื้อจำนวนน้อยและในระยะเวลาอันสั้น (ไม่เกิน 15 นาที)

Long COVID MIS-A และ MIS-C 3 ภาวะที่เกิดขึ้นได้หลังหายจากโควิด-19

Long COVID MIS-A และ MIS-C 3 ภาวะที่เกิดขึ้นได้หลังหายจากโควิด-19

การติดเชื้อโควิด-19 ก่อให้เกิดปัญหาตามมาหลังจากหายจากโรคโควิด-19 ที่เรียกว่า ภาวะลองโควิด (Long COVID) ภาวะมิสเอ (MIS-A) และภาวะมิสซี (MIS-C)

Q&A วัคซีน

ถาม - ตอบ เกี่ยวกับการรับวัคซีนเข็มกระตุ้น

1. เตรียมตัวอย่างไรในการรับวัคซีนโควิด-191

1) สองวันก่อนและหลังการฉีดวัคซีน ให้ งด ออกกำลังกายหนัก หรือยกของหนัก และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
2) วันที่ฉีดควรดื่มน้ำอย่างน้อย 500 - 1,000 ซีซี งด ชา กาแฟ หรือ ของที่มีคาเฟอีน รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
3) เลือกฉีดแขนข้างที่ไม่ถนัด และหลังฉีดสองวันหลีกเลี่ยงการใช้แขนข้างที่ฉีด พยายามอย่าเกร็ง หรือยกของหนัก
4) หลังฉีดแล้ว เจ้าหน้าที่จะให้รอดูอาการในบริเวณที่ฉีด 30 นาที
5) หากมีไข้ หรือปวดเมื่อยมากจนทนไม่ไหว สามารถกินยาพาราเซตามอลขนาด 500 มิลลิกรัมได้ครั้งละหนึ่งเม็ด ถ้าอาการยังไม่ดีขึ้นสามารถกินซ้ำได้โดยให้ห่างจากเม็ดก่อนหน้า 6 ชั่วโมง ทั้งนี้ ห้ามกินยาต้านการอักเสบที่มิใช่กลุ่มสเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Ibuprofen, celecoxib หรือ etoricoxib โดยเด็ดขาด
6) หากรับประทานยาละลายลิ่มเลือดอยู่สามารถกินยาได้ตามปกติ แต่เมื่อฉีดยาแล้วให้กดตรงตำแหน่งที่ฉีดนิ่ง ๆ ต่ออีก 1 นาที

2. วัคซีนโควิด-19 ต้องฉีดทุกปีจริงหรือไม่ มีแนวทางการฉีดอย่างไร​

จริง - ณ ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 มีมติแนะนําการฉีดวัคซีนโควิด-19 ประจําปีโดยให้วัคซีนโควิด 1 เข็มกระตุ้นประจําปี ในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยให้ห่างจากเข็มสุดท้ายหรือประวัติการติดเชื้อ อย่างน้อย 3 เดือน โดยไม่คํานึงว่าเป็นเข็มที่เท่าใด2

เนื่องจาก ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคโควิด-19 มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการป้องกันจากวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ก็จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป การได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่อัปเดตจะช่วยฟื้นฟูการป้องกันและเพิ่มการป้องกันต่อการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 อีกทั้ง การฉีดวัคซีนยังช่วยลดโอกาสที่จะได้รับผลกระทบจาก Long COVID ได้อีกด้วย3

3. วัคซีนโควิด-19 ปัจจุบันมีชนิดไหนบ้าง ยังป้องกันการติดเชื้อสายพันธุ์ล่าสุดได้หรือไม่​

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโควิด-19 มี 2 ประเภทที่ใช้ ได้แก่ วัคซีนชนิดสารพันธุกรรม (mRNA) และหน่วยย่อยโปรตีน (protein subunit)4 โดยในปัจจุบัน วัคซีนป้องกันโควิด-19 ประเภท mRNA ที่อัปเดตปี 2023-2024 ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับสายพันธุ์ปัจจุบันได้ดีขึ้น และกระตุ้นการป้องกันร่างกายจากโรคโควิด-19 ให้ดียิ่งขึ้น5

4. วัคซีน mRNA คืออะไร มีความปลอดภัยหรือไม่​

หลักการทำงานของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA คือการเอาชิ้นส่วนสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (mRNA) ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการสร้างโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของเชื้อไวรัส (Spike protein) นำมาสังเคราะห์เป็นรหัสคำสั่งที่เรียกว่า S-spike mRNA

เมื่อฉีดวัคซีนชนิด mRNA เข้าสู่ร่างกายจะทำให้เซลล์ในร่างกายผลิตโปรตีนส่วนที่เป็นปุ่มหนามของไวรัสขึ้น และโปรตีนที่ผลิตในส่วนนี้เองจะทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Antigen) ให้ร่างกายรู้จักกับเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และสร้างภูมิคุ้มกัน (Antibody) เพื่อป้องกันการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตจากโควิด 2019

โดยธรรมชาติ สารพันธุกรรม mRNA เหล่านี้จะถูกขจัดออกจากร่างกายภายในระยะเวลาไม่นาน จึงไม่สะสมหรือฝังตัวอยู่ในนิวเคลียสของเซลล์ในร่างกาย6

แม้ว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ได้มีการดำเนินการทุกขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิผล การนำวัคซีนใหม่ออกสู่สาธารณะมีหลายขั้นตอน ได้แก่:
• การพัฒนาวัคซีน
• การทดลองทางคลินิก
• การอนุญาตหรือการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA)
• การพัฒนาและการอนุมัติคำแนะนำวัคซีนผ่านคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านแนวทางปฏิบัติด้านการสร้างภูมิคุ้มกัน (ACIP) และ CDC
เนื่องจากมีการกระจายวัคซีนนอกการทดลองทางคลินิก จึงมีการใช้ระบบติดตามเพื่อให้แน่ใจว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 ปลอดภัย4

5. ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนโควิด-19

หากคุณมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่กำลังรับประทาน โปรดปรึกษาผู้ให้บริการด้านสุขภาพหรือผู้ให้บริการฉีดวัคซีน7

จากการศึกษาวิจัยวัคซีนโควิด-19 แต่ละชนิด มักพบเป็นปฏิกิริยาเฉพาะที่ เช่น อาการปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีดวัคซีน ซึ่งส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงและสามารถหายได้เองโดยไม่ต้องใช้ยา ถึงแม้ว่าวัคซีนเหล่านี้จะได้รับการรับรองจากคณะกรรมการอาหารและยา ว่ามีความปลอดภัยและให้ใช้ได้แล้วก็ตาม แต่การฉีดวัคซีนเหล่านี้ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการแพ้รุนแรงได้ในอัตราที่แตกต่างกัน จึงจำเป็นต้องสังเกตอาการหลังการฉีดอย่างน้อย 30 นาทีในสถานพยาบาลหรือสถานที่ฉีดวัคซีนเสมอ และเนื่องจากวัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนใหม่และยังไม่มีข้อมูลการติดตามผลในระยะยาว หากผู้รับวัคซีนเกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือไม่มั่นใจว่าอาการดังกล่าวเกิดจากวัคซีนหรือไม่ แนะนำให้ผู้รับวัคซีนควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีอาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงและเกิดขึ้นในช่วง 4 สัปดาห์หลังฉีดวัคซีน8

6. ถ้าต้องการรับวัคซีนโควิด-19 ชนิดล่าสุด สามารถรับบริการได้ที่ไหนบ้าง​

สามารถค้นหาจุดรับวัคซีนใกล้ตัวได้ ที่นี่

References:

  1. สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. เตรียมตัวพร้อมก่อนฉีดวัคซีนให้ปลอดภัย [อินเทอร์เนต]. 5 มิถุนายน 2564. [เข้าถึงเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://pr.moph.go.th/?url=pr/detail/2/07/159299/
  2. กรมควบคุมโรค. แนวทางการให้วัคซีนโควิด 19 ประจำปี [อินเทอร์เน็ต]. กระทรวงสาธารณสุข. เมษายน 2566 [เข้าถึงเมื่อ 2 ตุลาคม 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://drive.google.com/file/d/1n3itp5swydVlXvrtWabGQnzUbFsH2mrh/view?usp=drive_link
  3. CDC. Recommends Updated COVID-19 Vaccine for Fall/Winter Virus Season [อินเทอร์เน็ต]. 12 กันยายน 2566. [เข้าถึงเมื่อ 18 กันยายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/media/releases/2023/p0912-COVID-19-Vaccine.html
  4. CDC. Understanding How COVID-19 Vaccines Work [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 18 กันยายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/vaccines/different-vaccines/how-they-work.html#subunit
  5. CDC. Stay Up to Date with COVID-19 Vaccines [อินเทอร์เน็ต]. 12 กันยายน 2566. [เข้าถึงเมื่อ 18 กันยายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/vaccines/stay-up-to-date.html
  6. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย. วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด mRNA [อินเทอร์เนต]. 7 มิถุนายน 2564. [เข้าถึงเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/line/วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19/
  7. CDC. Getting Your COVID-19 Vaccine [อินเทอร์เน็ต]. [เข้าถึงเมื่อ 18 กันยายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://www.cdc.gov/coronavirus/2019-ncov/vaccines/expect.html
  8. กรมควบคุมโรค. วัคซีนโควิด 19 ของประเทศไทย คำถามที่พบบ่อย [อินเทอร์เนต]. [เข้าถึงเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2566]. เข้าถึงได้จาก: https://ddc.moph.go.th/vaccine-covid19/pages/คำถามที่พบบ่อย
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูบทความทั้งหมด

เสริมภูมิคุ้มกัน

เพราะเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงอยู่ การกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster Dose) จึงยังคงเป็นเรื่องสำคัญ

เสริมภูมิคุ้มกัน

กี่เข็มไม่สำคัญเท่านานเกิน 1 ปีจากเข็มสุดท้าย เพราะประสิทธิภาพของวัคซีนค่อย ๆ ลดลง จึงควรฉีดวัคซีนโควิด-19 เข็มกระตุ้น เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอยู่เสมอ

เสริมภูมิคุ้มกัน

ไม่อยากเสี่ยงเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดหลังป่วยโควิด-19 ควรฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นอยู่เสมอ เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงจากการติดเชื้อซ้ำ

PP-CVV-THA-0364